|
วัดศรัทธาธรรม
พระครูพิพิธพิพัฒนโศล
เจ้าอาวาสวัดศรัทธาธรรม
หมู่ที่ 1 ตำบลบางจะเกร็ง อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม
โทร. 081-207-6627
วัดศรัทธาธรรม มีโบสถ์สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2535 จากไม้สักทองฝังมุกลายรดน้ำ โดยพระครูวิสุทธิวงศ์ พระอุโบสถทำจากไม้สักทองทั้งหลัง ผนังด้านในฝังมุกเป็นภาพพุทธประวัติ ภาพรามเกียรติ์ และพระประจำวันเกิด จำนวน 54 ภาพ ภายในอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธชินราชหลวงปู่ขาวมหาสิทธิโชค หลวงพ่อบ้านแหลม หลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด หลวงพ่อลิ หลวงพ่อชุบ ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ประชาชนทั่วไปสักการบูชา อยู่ห่างจากหมู่บ้าน 500 เมตร
วัดศรัทธาธรรมตั้งอยู่บ้านรามัญ หมู่ที่ 1 ตำบลบางจะเกร็ง อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย วัดศรัทธาธรรมตั้งเมื่อ พ.ศ.2426 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ.2536
ประวัติวัดศรัทธาธรรม เก่า
วัดศรัทธาธรรม หรือวัดมอญ สร้างในปี พ.ศ.2341 วัดศรัทธาธรรมหรือวัดมอญ มีความเป็นอยู่ร่วมกับชุมชนชาวมอญความเป็นมาของชาวมอญที่มาอยู่ ณ ตำบลบางจะเกร็ง จากคำบอกเล่าของผู้สูงอายุในหมู่บ้านมอญจึงทราบว่า ชาวมอญที่มาอยู่ในตำบลบางจะเกร็งนี้ อพยพมาจากพม่าในช่วงเกิดสงคราม ในประเทศพม่า การอพยพของชาวมอญที่มาตั้งหลักปักฐานในตำบลบางจะเกร็งมีอยู่ประมาณ 10 ครอบครัว ได้อาศัยที่ว่างเปล่าของทางราชการตั้งบ้านเรือนประกอบอาชีพประมง ตัดจากและทำสวนมะพร้าว ชาวมอญได้อาศัยที่ราชการอยู่มาทางราชการต้องการพื้นที่ชาวมอญตั้งบ้านเรือนชาวมอญก็ไม่ยอมในการที่ราชการขับไล่จึงได้มีการฟ้องร้องเป็นคดีความกันขึ้น เมื่อคดีการขับไล่จึงได้มีการฟ้องร้องเป็นคดีความกันขึ้น เมื่อคดีการขับไล่มาถึงศาล ศาลได้พิจารณา
ข้อต่างที่กล่าวข้างต้น จนกระทั่งศาลได้พิจารณาให้ชาวมอญที่อาศัยในที่ราชการเป็นผู้ชนะความ ทางศาลให้ที่ดินแบ่งแยกที่ดินเฉลี่ยกันตามครอบครัวชาวมอญที่อาศัยอยู่ในขณะนั้นและได้กันที่ดินไว้จำนวนหนึ่งเพื่อสร้างวัดต่อไป
วัดศรัทธาธรรมสมัยนั้นยังไม่มีชื่อจะใช้ที่ชาวมอญอาศัยอยู่จึงเรียกว่าวัดมอญ เมื่อมีที่ดินที่ทางราชการแบ่งไว้ปลุกสร้างวัดชาวมอญที่อาศัย อยู่ที่ร่วมแรงร่วมใจได้ปลูกสร้างศาลาหลังเล็กๆประมาณ2-3 หลัง เพื่อใช้ในการทำบุญทำกุศล ศาลาที่สร้างในสมัยนั้นอยู่ทางปากอ่าวหรือปากแม่น้ำแม่กลอง เมื่อมีศาลาได้มีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ปีละ 3-4 รูป ไม่มีพระจะปกครองสงฆ์ที่จำพรรษา ชาวมอญที่อาศัยอยู่ได้เดินทางไปอาราธนาพระผู้ใหญ่ที่มีพรรษามาจากวัดบางลำพู อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ท่านมีชื่ออาจารย์ม่อง เพื่อมาปกครองดูแลสงฆ์ในขณะนั้น ถือว่าอาจารย์หม่องเป็นเจ้าอาวาสรูปแรกก็ว่าที่ปกครองสงฆ์ เมื่อท่านได้มาอยู่ที่วัดก็เริ่มพัฒนาวัดโดยการสร้างอุโบสถเพื่อใช้พีกรรมทางศาสนา การสร้างอุโบสถของท่านอาจารย์ท่องนี้แปลกคือสร้างเป็นแพลอยน้ำได้ เวลาสงฆ์จะทำพิธีกรรมต้องถอยแพออกไปนอนแม่น้ำที่มีน้ำเดินหรือน้ำไหล เวลาเสร็จพิธีก็ดึงแพกลับเข้ามา ท่านจำได้จำพรรษาอยู่ที่วัดมอญในขณะนั้นเวลานานเท่าใดไม่มีหลักฐาน ต่อมาท่านอายุมากทางญาติได้นำท่านกลับภูมิลำเนาเดิม

เมื่อท่านได้กลับได้กลับบ้านเกิดแล้ว ทางสงฆ์และชาวบ้านได้ไปอาราธนาพระผู้ใหญ่จากวัดใหญ่นครชุมม์ จังหวัดราชบุรี
เพื่อมาดูแลวัดและสงฆ์ ท่านมีชื่อว่า อาจารย์เจีย ท่านอาจารย์เจีย ได้จำพรรษาอยู่ที่วัดไม่นานเท่าใดไม่ปรากฏ ต่อมาท่านก็กลับวัดของท่านคือวัดใหญ่นครชุมม์
ต่อมาได้มีอาจารย์สั้น จากวัดตาผา อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ได้เดินทางมาจำพรรษาอยู่ที่วัดมอญ ในขณะนั้นท่านได้คิดจะสร้างโบสถ์จึงได้ทำเรื่องขอพัทธสีมามายังกรมการศาสนาทางกรมการศาสนาเห็นความจำเป็นของชาวบ้านในขณะนั้นไม่มีทุนทรัพย์ที่จะสร้างได้ทำให้ที่ดินที่ได้รับอนุญาตจึงร้าง 2-3 ปี ต่อมาท่านอาจารย์สั้นได้นำแพที่ลอยน้ำไปตั้งบนที่ที่ได้รับอนุญาตจากรมการศาสนา ท่านได้จำพรรษาที่วัดมอญนี้นานเท่าใดไม่มีหลักฐาน และต่อมาท่านก็กลับภูมิลำเนาเดิม ต่อมาท่านอาจารย์ลิ ซึ่งอุปสมบทที่วัดบางหญ้าแพรก จังหวัดสมุทรสาคร ย้ายมาอยู่ที่วัดมอญ ซึ่งเป็นวัดบ้านเกิดของท่าน อยู่ที่วัดมอญได้ 3 พรรษา ก็เป็นผู้ดูแลและรักษาวัดต่อมาได้ 5 พรรษา ก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาส วัดมอญเรื่อยมาท่านได้สร้างอุโบสถไม้สัก 1 หลัง ใช้เวลาในการสร้าง 2-3 ปี จึงแล้วเสร็จ ซึ่งในอุโบสถมีพระประธานเป็นปูนปั้น (ซึ่งปัจจุบันคือหลวงปู่ขาว ) นอกจากนี้แล้วทางผู้อุปถัมภ์ในการสร้างโบสถ์ ในขณะนั้นได้สร้างพระบุชาขนาดเล็กรูปคล้ายกับพระประธาน เป็นทองคำหนัก5 บาท เป็นพระคู่วัดมา(ซึ่งปัจจุบันนี้ พระครูสมุทร วิสุทธิวงศ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดศรัทธาธรรมได้ทูลเกล้าถวายสมเด็จพระเทพรัจนราชสุดา เมื่อคราวเสด็จมาที่ดอนหอยหลอด พร้อมเครื่องรางหมากทุย 108 ลูก) เมื่อทางวัดได้สร้างโบสถ์เสร็จในปีพ.ศ.2482 จึงขออนุญาตตั้งชื่อวัดนี้ว่า วัดศรัทธาธรรม จนถึงปัจจุบัน เมื่อมีอูโบสถ์แล้วก็มีกุลบุตรเข้ามาบวชมากขึ้นประมาณปีละ15-20 รูป ทำให้กุฎีไม่เพียงพอต่อพระ ท่านอาจารย์ลิ จึงได้ส้างกีฎีเพิ่มขึ้นอีก และวัดได้รับการพัฒนาขึ้นมาทำให้ชุมชนมาขึ้นด้วย ท่านได้เห็นความสำคัญของเด็กจึงได้สร้างโรงเรียนขึ้นมีชื่อว่า โรงเรียนวัดศรัทธาธรรม ถึงปัจจุบัน และท่านได้สร้างศาลาการเปรียญ โรงเรียนพระปริยธรรม ศาลาฌาปนสถาน ต่อมาท่านอาจารย์ลิได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ พระครูศรัทธาสมุทรคุณ และท่านได้มรณภาพเมื่อวันที่ 17 กันยายน พ.ศ.2521
เมื่ออาจารย์ลิมรณภาพลง ทางชาวบ้านและคณะสงฆ์ได้แต่งตั้งอาจารย์ชุบ เป็นเจ้าอาวาสสืบต่อมา ท่านอาจารย์ชุบเมื่อเป็นเจ้าอาวาสแล้วก็ได้เริ่มพัฒนาวัดโดยคิดย้ายวัดจากที่มีชุมชนมาก
และชุมชนก็เริ่มมากขึ้น ท่านจึงได้ซื้อที่ดินด้านติดริมแม่น้ำได้สร้างเขื่อนคอนกรีตเสริมเหล็กกันตลิ่งพังเพราะน้ำทะเล ถมที่วัดให้สูงขึ้นให้พ้นจากการน้ำท่วม และได้วางศิลาฤกษ์โดยพลเอกชำนาญ นิลวิเศษ เมื่อวันที่ 2 กรกฏาคม 2525 เพื่อสร้างกุฎีสงฆ์แห่งใหม่เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น จำนวน 8 หลัง 48 ห้อง กุฎีเจ้าอาวาส 1
หลัง หอฉันหอสวดมนต์ 2 ชั้น หลัง ศาลาการเปรียญ 1หลัง จัดสร้างกำแพงวัดบริเวณ 2 ด้านมีประตูเข้าออก4 ประตู การพัฒนาวัดของท่านอาจารย์ชุบ ทางกรมการศาสนาได้เห็นความเจริญของวัดจึงได้ยกวัดศรัทธาธรรม ให้เป็นวัด “พัฒนาตัวอย่าง” ของกรมการศาสนา ในปี พ.ศ. 2532 ต่อมาท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตรที่พระครูสมุทรวิสุทธิวงศ์
ประวัติพระครูพิพิธพิพัฒนโกศล (หลี ) นามสกุล สมาธิ เกิดเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2496 ตรงกับวันอังคาร เดือน 2 ปี มะโรง ณ ตำบลบางจะเกร็ง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม บิดาหยิบมารดา บุญเรือน บรรพชา เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2507 ณ วัดศรัทธาธรรม โดยสมเด็จพระธีรญาณมุนี (ขฯนั้นเป็นพระธรรมปิฎก) อุปสมบท เมื่อ 6 พฤษภาคม 2516 พระเทพวงศาจารย์ เป็นพระอุปฌาย์ พระครูศรัทธาสมุทรคุณ เป็นพระกัมมวาจาจารย์พระครูสมุทรวิสุทธิวงศ์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ เป็นเจ้าอาวาสวัดศรัทธาธรรมเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 25540 ปัจจุบันอายุ 45 พรรษา 25
วัดศรัทธาธรรม โทร. 081-207-6627 089-549-0447
ชมโบสถ์ไม้สักทองฝังมุก นมัสการหลวงปู่ทวด กราบขอพรพระพุทธชินราช
ท่าเรือวัดศรัทธาธรรม โบสถ์ไม้สักทอง ฝังมุก
ปิดทอง 9 วัด
รอบเกาะ
รอบเกาะมอบลัด
รอบเกาะบางจะเกร็ง
ชมทะเลปากอ่าว
ชมดอนหอยหลอด
ชมหิ่งห้อย (ลงเรือ 18.30 น.)
|