| ดอนหอยหลอด หอยหลอด
ชื่อไทย : หอยหลอด
ชื่อสามัญ : Rozer ciam
ชื่อวิทยาศาสตร์ :Solen regularis Dunker, 1861

หอยหลอดเป็นหอยสองฝาชนิดหนึ่งที่มีการแพร่กระจายบริเวณปากแม่น้ำทั้งทางด้านชายฝั่งทะเลอันดามันและชายฝั่งทะเลอ่าวไทยในบริเวณพื้นที่ที่เป็นดินปนทรายหอยหลอดประกอบด้วยเปลือกที่ห่อหุ้มลำตัว เป็นรูปทรงกระบอกสีขาวอมเหลืองหรือสีเหลืองอ่อน ลักษณะเหมือนหลอดกาแฟส่วนปลายของเปลือกทั้งสองด้านมีช่องเปิดด้านหนึ่งเป็นเท้าและอีกด้านหนึ่งเป็นท่อน้ำ สำหรับกรองอาหารยื่นออกมา หอยหลอดจะชอบฝังตัวอยู่ในดินอยู่ลึกจากผิวดินประมาณ 1-2 นิ้ว โดยจะขุดเป็นท่อขนาดเท่าลำตัวและวางตัวอยู่ในท่อในแนวตั้งหรือเอียงประมาณ 30 องศาโดยตัวหอยจะเคลื่อนที่ขึ้นลง อยู่ในท่อหรือรูนี้ปกติหอยจะขึ้นมาอยู่บนผิวหน้าของดิน โดยยื่นลำตัวเหนือผิวดิน ประมาณ 1/3 ของลำตัวหอยหรืออาจจะอยู่บริเวณผิวดิน และเปิดช่องเพื่อกรองอาหารและน้ำผ่านเข้าไปในตัว
แหล่งผลิตหอยหลอดที่ใหญ่ที่สุด
อยู่ที่ดอนหอยหลอดจังหวัดสมุทรสงครามมีพื้นที่กว่า 40,000 ไร่ และมีที่ดอนอยู่ประมาณ 20,000 ไร่เศษซึ่งเป็นจุดที่มีหอยหลอดอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากซึ่งในพื้นที่ดอนดังกล่าวจะมีน้ำขึ้น-ลงทุกวันในช่วงที่น้ำลง จะมองเห็นดินปนทรายและสัตว์น้ำหลากหลายชนิด โดยในแต่ละวัน จะมีทั้งชาวประมงและนักท่องเที่ยวลงทำการเก็บหอย โดยการนำปูนขาวไปหยอดลงไปช่องหรือรูของหอยหลอดเมื่อหอยได้รับสิ่งแปลกปลอมซึ่งระคายเคืองและเป็นพิษ จะพ่นน้ำและพุ่งตัวออกจากรูทำให้สามารถจับได้ง่าย
และเนื่องจากในปัจจุบันมีการจับหอยหลอดกันมากอนาคตหากไม่มีการเพาะขยายพันธุ์และอนุรักษ์หอยหลอดอาจสูญพันธุ์ได้ ด้วยเหตุนี้ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง จ.สมุทรสงครามจึงได้ศึกษาขั้นตอนการเพาะขยายพันธุ์หอยหลอดขึ้นมาเพื่อนำไปปล่อยในแหล่งน้ำธรรมชาติ และการเลี้ยงเชิงพาณิชย์โดยมีขั้นตอนการดำเนินการต่าง ๆ ดังนี้
ขั้นตอนการเพาะขยายพันธุ์
โดยรวบรวมพ่อแม่พันธุ์หอยจากดอนหอยหลอด ด้วยการหยอดปูนขาวและรีบนำหอยมาใส่ในน้ำทะเล เพื่อให้คายปูนขาวออกลำเลียงเข้าสถานีแล้วคัดขนาดพ่อแม่พันธุ์ ที่มีขนาดตั้งแต่ 4 เซนติเมตรขึ้นไปใส่ในถังไฟเบอร์กลาส ขนาด 0.5x1.8x0.4 เซนติเมตรเพื่อเพาะพันธุ์
การเพาะพันธุ์นี้จะใช้วิธีกระตุ้นด้วยอุณหภูมิที่แตกต่างกันโดยการทำน้ำทะเลให้อุ่นด้วยเครื่องทำน้ำอุ่น ให้ได้อุณหภูมิ ประมาณ 38-40 องศาเซลเซียส แล้วผ่านเข้าไปในถังไฟเบอร์กลาส ที่ใช้เพาะพันธุ์นานประมาณ 20-30 นาที แล้วจึงปล่อยน้ำทะเลอุณหภูมิปกติประมาณ 26-30 องศาเซลเซียสเข้าไปในถังเพาะพันธุ์ สลับปล่อยน้ำอุ่นและน้ำอุณหภูมิปกติประมาณ 2-4 ครั้ง ถ้าพ่อแม่สมบูรณ์เต็มที่จะปล่อยเซลล์สืบพันธุ์ออกมาหอยจะปล่อยไข่และน้ำเชื้อออกมาผสมกันภายนอกตัวซึ่งจะรอจนกว่าหอยปล่อยไข่และน้ำเชื้อออกมาหมด จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีเพื่อให้ไข่ และน้ำเชื้อผสมกัน แล้วจึงกรอง โดยใช้ผ้ากรองขนาด 30 ไมครอน
สุ่มนับจำนวนไข่ลงถังอนุบาล ซึ่งจะใช้ถังไฟเบอร์กลาส ขนาด 1 ตันทรงกรวยที่ใส่น้ำทะเลที่ผ่านการฆ่าเชื้อความเค็มน้ำประมาณ 25-27 ส่วน ในน้ำอุณหภูมิ 25-26 องศาเซลเซียส pH ประมาณ 8 โดยให้มีความหนาแน่นประมาณ 1-2 ฟอง/มิลลิเมตรไข่หอยหลอดจะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ประมาณ 56-80 ไมครอนเมื่อไข่ได้รับการผสมจะเริ่มแบ่งเซลล์และเปลี่ยนแปลงรูปร่าง โดยเข้าสู่ระยะ Trochopliore ใน 4 ชั่วโมง และพัฒนาไปสู่ระยะ D-Shape ใน 5 ชั่วโมงซึ่งในระยะนี้ลูกหอยจะว่ายน้ำ และเริ่มลงเกาะพื้นเข้าสู่ระยะ Setting ในวันที่ 7 หรือ 8 หลังจากนั้นจะมีการพัฒนารูปร่างไปเรื่อย ๆ ประมาณ 30 วัน จะเป็นระยะ Juvenile ที่

มีลักษณะเหมือนพ่อแม่พันธุ์ การทดลองครั้งที่ผ่านมาทางสถานีได้หอยมาจำนวน 860,000 ฟองไข่เริ่มแบ่งตัว เข้าสู่ระยะ D-Shape ภายใน 5 ชั่วโมงมีขนาดประมาณ 96x122 ไมครอน จำนวน 600,000 ตัว อัตรารอดตาย 70.58 เปอร์เซ็นต์ไข่พัฒนาเข้าสู่ระยะ Setting ภายใน 8 วัน มีขนาดประมาณ 184x224 ไมครอน จำนวน 60,000 ตัว อัตรารอดตาย 7.05 เปอร์เซ็นต์ และพัฒนาจนมีรูปร่างเหมือนตัวเต็มวัย ภายใน 30 วัน มีขนาดประมาณ 520x1,040 ไมครอน เหลือรอดอยู่ 6,000 ตัว อัตรารอดตาย 0.70 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในช่วงแรก ๆ ลูกหอยจะไม่กินอาหาร แต่เมื่ออายุได้ 1 วัน หรือเข้า D-Shape ก็เริ่มให้กินอาหาร อาหารที่ใช้
เลี้ยงหอยวัยอ่อนนี้ จะให้สาหร่ายสีน้ำตาลชนิด Isochrysis galbana ขนาด ประมาณ 6-8 ไมครอน ในอัตรา 10,000 เซลล์/มิลลิเมตรและค่อย ๆ เพิ่มปริมาณขึ้น ให้เพียงพอเมื่อลูกหอยเข้าสู่ระยะ Setting จะให้สาหร่าย Tetraselmis sp. เสริมด้วย โดยจะให้อาหารวันละ 2 ครั้งเช้าและเย็นแล้วจะเปลี่ยนถ่ายน้ำเว้นวัน โดยใช้สายยางดูดผ่านตะแกรง ที่มีขนาดต่าง ๆ กันขึ้นอยู่กับขนาดของลูกหอย พร้อม ๆ กับสุ่มตัวอย่างมาวัดขนาดและนับจำนวนเพื่อศึกษาการเจริญเติบโต และอัตราการรอดตาย
อนุบาลลูกหอยได้ 3 เดือน
เมื่อลูกหอยที่เพาะขยายพันธุ์อายุได้ 30 วันก็มีการทดลองเลี้ยงให้เป็นหอยขุนและพ่อแม่พันธุ์รุ่นต่อไปโดยนำมาเลี้ยงในถังไฟเบอร์ฯ ขนาด 2 ตารางเมตร ก้นถังรองด้วยดินปนทราย สูงประมาณ 1-2 เซนติเมตร ดูดน้ำเข้ามาให้มีระดับสูง 2-3 เซนติเมตร ภายในถังไฟเบอร์ฯ ดังกล่าวจะมีการติดตั้งท่อออกซิเจนไว้ด้วยโดยปล่อยลูกหอยลงเลี้ยงในอัตราหนาแน่น 48,000 ตัว ต่อพื้นที่ 2 ตารางเมตร แต่เลี้ยงได้ 3 เดือนก็ต้องยกเลิกเพราะว่าหอยทยอยตายไปเรื่อย ๆ โดยไม่ทราบสาเหตุหอยที่เหลือส่วนหนึ่งทางสถานีนำไปปล่อยลงสู่ธรรมชาติที่ดอนหอยหลอด
ปัจจุบันนี้การเพาะเลี้ยงหอยหลอดประสบความสำเร็จเฉพาะขั้นตอนการเพาะขยายพันธุ์เท่านั้นส่วนการอนุบาลและการเลี้ยงขุน ยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาวิจัย
การทดลองครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งแรกที่สามารถทำให้หอยหลอดวางไข่และปล่อยน้ำเชื้อจนกระทั่งเจริญเติบโตเป็นลูกหอยได้อย่างสมบูรณ์ในห้องปฏิบัติการลูกหอยอยู่ได้นานที่สุด 54 วันซึ่งสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งจังหวัดสมุทรสงครามจะได้ทดลองหาเทคนิคในการอนุบาลและการเลี้ยงลูกหอยให้อยู่รอดและเจริญเติบโตได้ในขั้นต่อไปจากผลการทดลองในครั้งนี้พอจะประมวลผลหลักใหญ่ได้ดังนี้
1. ความสมบูรณ์ของพ่อแม่พันธุ์หอยหลอดเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาเป็นอันดับแรกในหอยบางชนิด เช่นหอยนางรมวางไข่เกือบตลอดปี จึงอาจจะเพาะพันธุ์ได้ทั้งปีแต่ในหอยชนิดอื่นจะต้องเพาะพันธุ์ในช่วงไข่แก่เท่านั้นสำหรับหอยหลอดบริเวณบ้านบางบ่อและบริเวณปากแม่น้ำแม่กลองมีการวางเซลล์สืบพันธุ์มากในเดือนพฤศจิกายนและพฤษภาคมประมาณ 39.0 และ 64.0 เปอร์เซ็นต์ กับเดือนสิงหาคม ประมาณ 58.8-28.0 เปอร์เซ็นต์
2. เทคนิคในการกระตุ้นให้หอยปล่อยเซลล์สืบพันธุ์ที่ใช้ได้ผลและเป็นวิธีที่สะดวกและง่ายต่อการทดลองมากที่สุดคือการใช้อุณหภูมิที่แตกต่างกันในการกระตุ้น หรือการเพิ่ม-ลด อุณหภูมิโดยกะทันหันซึ่งเป็นวิธีที่ได้ผลดีกับการทดลองในครั้งนี้
3. เป็นเรื่องสำคัญในการเพาะหอย ในครั้งนี้อาหารที่เหมาะสำหรับใช้เลี้ยงลูกหอยคือสาหร่ายสีน้ำตาล ชนิด Isochrysis galbana ซึ่งมีขนาด 6-8 ไมครอน เป็นส่วนใหญ่เมื่อลูกหอยเข้าสู่ระยะตกเกาะ (Setting) จึงให้ Tetraselmis sp. ซึ่งมีขนาด 10-14 ไมครอน
4. ความสะอาดของน้ำทะเลเป็นปัจจัยสำคัญเช่นกันน้ำทะเลที่ใช้เพาะพันธุ์หอยจะต้องเป็นน้ำทะเลที่สะอาดผ่านการฆ่าเชื้อมาแล้วซึ่งควรเป็นน้ำกรองผ่านเครื่องกรองน้ำ (Sand Filter) เพื่อให้ใสแล้วจึงผ่านแสงอัลตราไวโอเลตแต่ในการทดลองครั้งนี้น้ำที่ใช้ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยคลอรีนเพียงอย่างเดียวไม่ได้ผ่านแสงอัลตราไวโอเลตและสถานที่สำหรับเพาะพันธุ์หอยหลอดไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิและสภาพแวดล้อมได้เท่าที่ควรและเนื่องจากเป็นสถานที่เพาะพันธุ์ปลากะพงขาว จึงทำให้มีการปนเปื้อนเชื้อโรคฝุ่นละอองซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มีผลต่อการอนุบาลลูกหอยหลอดได้ในระยะเวลาเพียงช่วงหนึ่งเท่านั้น
5. เทคนิควิธีการเลี้ยงลูกหอยวัยอ่อนยังต้องพัฒนาอีกมากเพราะหอยหลอดจะฝังตัวในดินปนทราย ซึ่งยากต่อการจัดการ
เมนูอร่อยจากหอยหลอด
หอยหลอดสามารถนำมาแปรรูปหรือปรุงเป็นอาหารได้ปลายชนิดเช่นหอยหลอดเสียบไม้ย่าง , หอยหลอดผัดฉ่า หรือหอยหลอด 3 รสซึ่งจากประสบการณ์ในการรับประทานของผู้เรียบเรียง ขอยืนยันว่าอร่อย..เด็ด
เอกสารอ้างอิง
- กองบรรณาธิการ. 2545. วิชาการงานวิจัย : สพช.สมุทรสงครามเจ๋งเพาะหอยหลอดสำเร็จรายแรก.คัมภีร์เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ : ปีที่ 1 ฉบับที่ 7, หน้า 43-48.
- วรรณเพ็ญ, ฤทธิกร และนพดล. 2545. การทดลองเพาะพันธุ์หอยหลอด Solen regularis Dunlcer,1861. เอกสารวิชาการฉบับที่ 19/2545 สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง
จังหวัดสมุทรสงคราม. กองเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง กรมประมง. 10 หน้า.
- ศุภชัย นิลวานิช. 2545. รายงานพิเศษ หอยเศรษฐกิจ : เพาะหอยหลอดงานวิจัยเพื่ออนุรักษ์ และการค้า. มติชนบท เทคโนโลยีชาวบ้าน : ปีที่ 14 ฉบับที่ 288, หน้า 65-67.
ขอบคุณ www.nicaonline.com c,แม่กลอง นิวเวย์ ขอร่วมส่งเสริมประชาสัมพันธ์ข้อมูลหอยหลอดเพื่อสาธารณประโยชน์ประโยชน์
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 085-198-0052 คุณฟ้า
โดย : คุณทิพย์วรรณ ล้อวัชระสุภาภรณ์
ศูนย์ส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวทั่วไทย แม่กลองนิวเวย์:
|